แท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตพร้อมปากกา S Pen

แท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตพร้อมปากกา S Pen แท็บเล็ตพร้อมปากกา S Pen Samsung Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตพร้อมปากกา S Pen ในสเปคระดับเรือธง นี่แหละที่รอมานาน !!

วันนี้เรามีแท็บเล็ตเรือธงรุ่นล่าสุดของทาง Samsung อย่าง Galaxy Tab S3 มารีวิวให้ชมกัน รุ่นนี้ก็ถือเป็นรุ่นต่อยอดจากทั้ง Galaxy Tab S2 และ Galaxy Note Tablet ที่ห่างหายไปนานได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากสเปคที่สมกับเป็นซีรีส์ Tab S แล้ว ยังมีปากกา S Pen จากซีรีส์ Note มาอีกด้วย บอกมาขนาดนี้แล้วคงจะอยากทราบแล้วใช่ไหมล่ะครับว่า รุ่นนี้มันเจ๋งสักแค่ไหน ไปชมรีวิวพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ

ดีไซน์สวยหรู พร้อมวัสดุกระจกผสานโลหะ

เริ่มกันที่เรื่องดีไซน์กันก่อน รุ่นนี้การออกแบบก็ยังคงความเป็นแท็บเล็ต Samsung เป็นอย่างดี มาด้วยอัตราส่วนหน้าจอ 4:3 เช่นเดียวกับ Tab S2 ตัวเครื่องจะดูบานออกข้างไปหน่อย มีขอบหน้าจอด้านข้างไว้ให้จับถือได้ถนัดไม่บางเกินไปจนแตะลั่นไปโดนหน้าจอบ่อยๆ

Galaxy Tab S3 มาพร้อมขนาดหน้าจอ 9.7 นิ้ว ไซส์ใหญ่ไปเลย รอบนี้มีรุ่นเดียวไม่แบ่งรุ่นเล็กมาด้วย ชนิดหน้าจอด้วยความเป็นเรือธง Samsung เลยจัดเทคโนโลยีหน้าจอขั้นเทพอย่าง Super Amoled มาให้เลย การแสดงสีสันเรียกว่าสดสะใจมาก มุมมองก็กว้างเต็มตา ความละเอียดอยู่ที่ QXGA (2048 x 1536 พิกเซล)

เราจะจำภาพของสมาร์ทโฟน Samsung ได้ก็เพราะปุ่มโฮมด้านหน้านี่แหละ (ถึงแม้รุ่นล่าสุดจะไร้ปุ่มโฮมไปแล้วก็ตาม) บนแท็บเล็ตก็เช่นกันรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับปุ่มโฮมแบบกดที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้วย แต่ตัวปุ่มต้องบอกเลยว่ารอบนี้ไม่นูนล้นออกมาแล้ว คือเรียกว่าเกือบจะเนียนไปกับกระจกหน้าจอเลย (แต่ยังคงกดลงไปได้อยู่นะ) ข้างๆปุ่มโฮมก็มีปุ่มสัมผัส Recent App และ Back อยู่ ตรงนี้มาตรฐานเนาะ

ฝาหลังรอบนี้เปลี่ยนวัสดุไปอย่างสิ้นเชิงจากเดินที่ใช้เป็นโลหะด้านๆ รอบนี้ก็ดูหรูหราด้วยกระจกมันเงาเช่นเดียวกับด้านหน้าเลย ด้วยสายตาดูให้ความพรีเมี่ยมขึ้นอย่างมาก แต่การใช้งานก็เสี่ยงเป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายเช่นกัน

ด้านหลังนี้มีเลนส์กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลอยู่พร้อมไฟแฟลช และเหมือนกันครับ ตัวเลนส์กล้องไม่นูนออกมาแบบรุ่นเดิมๆแล้ว เรียกว่าเกือบจะเรียบสนิทไปกับตัวเครื่องเลยล่ะครับ

อย่างที่บอกว่ารอบนี้ปรับโฉมดีไซน์ใหม่ให้ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น วัสดุของกรอบเครื่องก็เป็นโลหะเกรดสูงผสานเข้ากับตัวกระจกทั้งหน้าหลังได้อย่างลงตัว แถมรุ่นนี้ก็มาพร้อมความบางที่บางมากๆเพียง 6 มม.เท่านั้น ส่วนน้ำหนักก็กำลังดีครับ 434 กรัม สำหรับรุ่นหน้าจอใหญ่ขนาดนี้น่ะเนาะ !

ด้านขวามือมีปุ่ม Power , ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และช่องใส่ซิมการ์ดกับ Micro-SD ซึ่งรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นจะมีเพียงโมเดล LTE ที่สามารถใส่ซิมได้เท่านั้นไม่มีรุ่น WiFi อย่างเดียวเนาะ

ส่วนด้านซ้ายนี้ก็จะมีพอร์ท POGO Pin หรือตัวที่เอาไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมที่เป็นเคสคีย์บอร์ดนั่นล่ะครับ

รวมๆแล้วในเรื่องดีไซน์ของรุ่นนี้ก็ถือว่าปรับโฉมไปจากรุ่นก่อนพอสมควรเลย ถึงแม้ดูเผินๆจะคล้ายเดิมแต่ความรู้สึกเวลาสัมผัสหรือจับถือนั้นต่างกันไปพอสมควร ทั้งในเรื่องของกระจกที่มีความลื่นมือกว่า (แต่สวยกว่า) หรือความบางเฉียบที่ชวนพกพาซะเหลือเกินก็ด้วย