บริหารจัดการพื้นที่ปลูกยางฯ ด้วยภาพถ่ายดาวเทียม

จิสด้าจับมือ กยท.พัฒนาต้นแบบระบบสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ปลูกยางพารา ด้วยทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม ช่วยเห็นภาพรวมและแก้ปัญหาได้ตรงจุด

ด้วยยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่ไทยผลิตและส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 1.6 ล้านราย และมีพื้นที่ปลูกยางกว่า 18.9 ล้านไร่  ซึ่งปี 2560 ไทยผลิตยางพาราได้ถึง 4,347 ล้านตัน

 และเพื่อแก้ปํญหายางพาราอย่างครบวงจร   ไทยจำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะเรื่องของพื้นที่ปลูกยาง  ที่ต้องได้มาตรฐานและมีคุณภาพ 

จิสด้า หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  จึงร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย  (กยท.) พัฒนาต้นแบบ  “ ระบบสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ปลูกยางพารา ( Rubber  Informatic Support System )” ขึ้น  เพื่อช่วยให้ทราบปริมาณพื้นที่ปลูกยางพาราในภาพรวม ซึ่งจะทำให้สามารถวางแผนตัดสินใจการดำเนินงานแก้ปัญหาได้ตรงจุด   บริหารจัดการวัตถุดิบและรองรับผลผลิตออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

“นางธัญวรัตน์  อนันต์”   ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักผลิตภัณฑ์ภูมิสารสนเทศ จิสด้า  บอกว่า ระบบดังกล่าวเริ่มพัฒนาขึ้นเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา  โดยมองว่าการบริหารจัดการยางพารา  เรื่องพื้นที่ปลูก เป็นสิ่งสำคัญ  ซึ่งเทคโนโลยีด้านภูมิสารสนเทศหรือภาพถ่ายดาวเทียมสามารถช่วยได้   โดยมีการพัฒนาเป็นระบบหรือแอพลิเคชั่น ที่ใช้งานผ่านเว็บบราวเซอร์ ได้ทั้งบนพีซีและมือถือ

ทั้งนี้ระบบจะแบ่งเป็น 4 ส่วน หลัก     โดยส่วนแรกคือ ระบบรายงานข้อมูลเชิงพื้นที่สำหรับผู้บริหาร เพื่อประกอบการตัดสินใจ    โดยรูปแบบการรายงานเบื้องต้น  จะมีทั้งการรายงานพื้นที่ปลูกยางพารารายตำบลเปรียบเทียบ 2 ปี ( ปี 2549 และ ปี 2560)  ซึ่งต้นแบบได้นำร่องในพื้นที่จังหวัดระยอง  โดยเปรียบเทียบพื้นที่ปลูกก่อนที่ยางพาราจะบูมในปี 2549  เทียบกับปีล่าสุด 2560   โดยนำภาพถ่ายดาวเทียมมาดู จะเห็นการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ปลูกยางเป็นรายตำบล  

เช่น ที่ระยอง จากภาพถ่ายดาวเทียม พบว่าในเขตพื้นที่ อ.แกลง มีการปลูกยางพาราเพิ่มมากขึ้นจาก 1.5 แสนไร่มาเป็น 2 แสนในปัจจุบัน   ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปตรวจสอบเปรีบเทียบกับการลงทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางได้ว่าตรงกันหรือไม่  ทำให้เห็นภาพรวมในการบริหารจัดการได้ 

นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการพื้นที่ปลูกยางพาราในเขตที่ดินของรัฐ  เช่น  ป่าสงวนฯ   ป่าอนุรักษ์ หรือ พื้นที่อื่น ๆ มากน้อยแค่ไหน     ปลูกอยู่ในพื้นที่เหมาะสมหรือไม่  ซึ่งอ้างอิงข้อมูลชั้นพื้นที่ความเหมาะสมต่าง ๆ จากข้อมูล Landsuite  ของกรมพัฒนาที่ดิน  และสามารถรายงานได้ด้วยว่าเป็นการปลูกในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก หรือไม่ 

ส่วนที่สองคือ  ระบบแผนที่ออนไลน์  ที่มีการซ้อนแผนที่ในเลเยอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปลูกยาง พื้นที่เขตป่าหรือพื้นที่ความเหมาะสม รวมถึงพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากของจิสด้า สามารถสั่งพิมพ์ หรือว่าการค้นหาแปลงเกษตรกรได้

สำหรับส่วนที่ 3 คือ ระบบแจ้งเหตุสวนยางพารา   ซึ่งจะเป็นส่วนที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เกษตรกรหรือผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับพื้นที่ปลูกยางพารา เช่น ภัยพิบัติ  น้ำท่วม ดินถล่ม ไฟไหม้ โรคระบาด การแจ้งการเปิดกรีด  และการตัดต้นยางแก่   เดิมจะใช้แบบฟอร์มกระดาษ    ซึ่งในระบบจะนำมาเป็นแบบฟอร์มดิจิทัลใส่รูปภาพได้  และสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งในกรณีการเกิดภัยพิบัติจะช่วยให้การจ่ายค่าชดเชย สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น

และส่วนที่ 4. คือ ระบบสำรวจพื้นที่ สำรวจที่ตั้งสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชน หรือวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกยางอยู่ กว่า  800  แห่ง  ทั่วประเทศ

ผู้พัฒนาระบบ  บอกว่า  ปัจจุบันต้นแบบระบบ ฯ แล้วเสร็จ  รอเพียงการนำเข้าข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบที่ถูกต้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้น… ระบบนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่และผู้บริหารที่เกี่ยวกับยางพารา และอนาคตอาจมีการพัฒนาข้อมูลบางส่วนที่สามารถเผยแพร่  และเป็นประโยชน์กับเกษตรกรชาวสวนยางและผู้สนใจได้