การถูกจับกุม Najib ทำให้พาดหัวทั่วโลก

อดีตนายกฯ ได้รับการเรียกเก็บเงินจากการทุจริตและความผิดทางอาญาในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาว 1Malaysia Development Berhad (1MDB)

PETALING JAYA: การจับกุมและข้อกล่าวหาต่อมาของ Datuk Seri Najib Tun Razak ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกโดยมีองค์กรข่าวรายใหญ่จำนวนมากที่เฝ้าติดตามพัฒนาการของการตรวจสอบการรับสินบนของเขาองค์กรสื่อจากออสเตรเลียปากีสถานแอฟริกาใต้ไทยเกาหลีตะวันออกกลาง ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นจุดเด่นของข้อกล่าวหาของ Najib อย่างเด่นชัดโดยมีผู้คนจำนวนมากใช้เป็นเรื่องราวนำพาบนเว็บไซต์ ข่าวดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษแมนดารินทมิฬตุรกีและรัสเซีย

ในบรรดาร้านที่รายงานเกี่ยวกับการถูกจับกุมของอดีตนายกฯ ได้แก่ Wall Street Journal, The Guardian, Bloomberg, CNN, Al-Jazeera, Der Spigel, Asian Nikkei Review และ BBC

เดอะนิวยอร์กไทม์สได้ไปที่หัวข้อ “ผู้นำของมาเลเซีย Najib Razak ถูกเรียกเก็บเงินจากการสืบสวนทุจริต” ในขณะที่ WSJ ไปกับหัวข้อเรื่อง “Scandal 1MDB: Najib Razak ถูกเรียกเก็บเงินจากศาล” ผู้สื่อข่าวจากทั่วโลกอยู่ที่ Kuala กัวลาลัมเปอร์ได้ให้ความเห็นว่าการจับกุมของ Najib จะเป็นการทดสอบรัฐบาลปฏิรูปประเทศอย่างไร “คดี 1 เอ็มบ์ถูกมองว่าเป็นวิธีการที่ดร. มหาธีร์จะรักษาคำมั่นว่าจะรณรงค์ให้มีการฟื้นฟูกฎหมายและยกเลิก การปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศที่มีการอุปถัมภ์อย่างลึกซึ้งและความเป็นปึกแผ่นได้ขัดขวางการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและการเมือง “เพื่อกระตุ้นสุขภาพของประเทศจำเป็นที่ทีมของดร. มหาธีร์จะแสดงให้เห็นว่าสำนักงานของนายกรัฐมนตรีจะไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อีกต่อไปผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า” CNBC กล่าวว่า ในบทความบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์เช้าทางตอนใต้ของประเทศจีนเขียนบทความว่านาจิบไม่ได้เป็นผู้นำโลกคนเดียวในศาลให้ตัวอย่างของผู้นำโลกอีกแปดคนที่ประสบกับชะตากรรมเดียวกันการจับกุมของนิจจิ๊บถือเป็นข่าวที่ทำลายโดยร้านค้าจำนวนมากที่ส่งการแจ้งเตือนทันที เกี่ยวกับเรื่องนี้อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับการเรียกเก็บเงินจากการทุจริตและการละเมิดความผิดทางอาญาในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาว 1Malaysia Development Berhad (1MDB) อายุ 64 ปีถูกตั้งข้อหาใช้ตำแหน่งของเขาในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐในการรับตำแหน่งอย่างไม่เหมาะสม การให้สินบน 42 ล้านเหรียญเพื่อจูงใจในการมอบอำนาจอธิปไตยในนามของรัฐบาลมาเลเซียในการขอกู้เงิน 4 ล้านริงกิตจากกองทุนบำเหน็จบำนาญของรัฐบาลไปยัง SRC International Sdn Bhd